ลิขิตมาร - ตอนที่ 6(3) อย่าขัดใจฉันอีก


                “ แล้วนายจะเอายังไงกับพวกที่ดักยิงนาย? ” หลางเซี่ยถาม แต่หลงซินไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มเย็นๆเท่านั้น แล้วถามกลับไปว่า
                “ แล้วพี่ใหญ่จะเอายังไงต่อ? ”
                “ กลับบ้านใหญ่ ” คำพูดที่จงกลได้ยินนั้นแทนที่จะเบาใจกลับเป็นต้องคิดหนักเมื่อเฮียวเอะเดินมาถึงตัวได้ก็อุ้มเธอตัวลอย
                “ นายจะไปไหน? ” เธอถามเขาเสียงเนิบ แต่มือบางเอื้อมไปกระตุกปิ่นปักผมที่ปักมวยผมเธออยู่นั้นเงื้อสูงอยู่ทางด้านหลังบริเวณจุดตามของคนอุ้มพอดี
                ‘ ฉึก ’ แต่เขาไวกว่าแขนแข็งแรงปล่อยจากเธออย่างรวดเร็ว มือหนาข้างหนึ่งกระชากแขนจงกลให้มาชิดตัว ส่วนมืออีกข้างนั้นฉวยเอาปิ่นปักผมได้แล้วก็ปาไปปักผนังห้องโดยเฉี่ยวปลายจมูกหลางเซี่ยไปเพียงนิดเดียว และดูเหมือนว่าพี่น้องตระกลูนี้ชอบที่จะทำอะไรแบบเร็วเท่าความคิด หลางเซี่ยนั้นพุ่งเข้ามาล็อคเฮียวเอะจากทางด้านหลังหมายจะจับพี่ชายตัวเองทุ่ม ข้อหาปาปิ่นของจงกลเฉี่ยวปลายจมูกเขา ถึงแม้จะหลบได้อย่างสบาย แต่กลับไม่หลบเพราะอยากหาเรื่องพี่ชายมากกว่า แล้วคนที่บ้านเรืองสิทธิกุลก็เป็นไทยมุงดูหลางเซี่ยถูกพี่ชายที่แก้เกมส์กลับด้วยการพลิกตัวหันกลับเบี่ยงตัวหลบไปด้านหลังน้องชายจับแขนหลางเซี่ยบิดไพล่หลัง อีกมือกดท้ายทอยด้านหลังจนใบหน้าคมตี๋นั้นแนบไปกับพื้นหินเย็นเยียบ
                “ ช่องว่างเพียบ กลับไปฝึกมาใหม่ซะ ” เขาลุกขึ้นแล้วยื่นมือหยาบส่งไปให้น้องชายที่ตอนนี้กำลังจะตั้งหลักลุกขึ้น แต่แล้วก็
                ‘ โครม ’ เฮียวเอะตัวลอยแผ่นหลังหนานั้นกระแทกลงที่พื้นไม่แรงแต่ก็ไม่เบา มุมปากหลางเซี่ยกระตุกขึ้นเล็กน้อย
                “ ความใจอ่อนของพี่เป็นความประมาทอย่างนึงนะ ”
                ‘ พลั่ก ’ หลงซินนั้นเจาะยางหลางเซี่ยแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
                “ จำไว้ ว่าอย่าหันหลังให้บุคคลที่คาดว่าน่าจะเป็นศัตรู ” หลงซินส่งที่มุมปากไปให้ ช่างดูเหมือนเป็นกระจกเงาท่ะท้อนตัวตนของกันและกัน ในขณะที่ทั้งสองส่งยิ้มกวนๆเป็นการลองเชิงอีกฝ่ายอยุ่นั้น
                ‘ โป๊ก ’ เฮียวเอะที่เดินหน้าทะมึนเข้ามาอย่างเงียบเชียบนั้นจับด้านหลังศรีษะของสองแฝดหนุ่มแล้วดันหน้าผากทั้งสองคนเข้าหากันอย่างแรงจนแทบเห็นดาวกันตอนกลางวันเลยทีเดียว
                “ สั่งสอนน้องแกให้นิสัยดีกว่านี้ขึ้นมาหน่อยก็ดีนะหลงซิน ” แล้วก็เดินไปทางจงกลที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล
                “ แพ้แล้วพาลหรือไ? ” จงกลกถามกวนๆ
                “ จะกลับบ้านใหญ่กับฉันดีๆ หรือจะกลับแบบเข่าอ่อน ” แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีแววหยอกล้ออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะเขานั้นโกรธจงกลมากที่เธอแอบหนีกลับเมืองไทยจนทำให้เขาเสียผู้เสียคนมีเหล้าเพื่อน กินเหล้าต่างข้าวอยู่เป็นเดือนๆ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะเอาคืน เพราะน้องชายคนที่หกนั้นตั้งปณิธาน(????)เอาไว้ตั้งแต่ที่จงกลหนีเขาไปว่า ‘ พวกผมจะไม่แต่งงานจนกว่าพี่ใหญ่จะแต่ง ’ ดูเหมือนจะเป็นคำพูดปลอบใจจากน้องชายคนสุดท้องที่ทำให้เขายิ้มได้ และเริ่มมีกำลังใจที่จะตามหาเธอคนนี้เพื่อหาความจริง แต่ก็ต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดและโมโหอยู่มิใช่น้อยเมื่อคนของเธอนั้นตามเก็บกวาดประวัติของเธออย่างเรียบร้อยจนทั้งเขาและคนของเขานั้นไม่สามารถเธอเจอได้เลย หากไม่เพราะความบังเอิญที่น้องสาวของจงกลช่วยหลงซินเอาไว้ เขาจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตอนนี้จงกลอยู่ที่ไหน เห็นทีงานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับน้องเมียคนนี้เสียแล้ว
                ‘ อย่างนี้มันต้องเซ่น ’ ความชั่วร้ายผุดขึ้นมาในสมองเขาอย่างมากมาย ส่วนจงกลนั้นก็สะบัดหน้าหนีเขาและจะเดินหนีเขาแต่ก็ต้องชะงักกึก เมื่อมีผ้าผืนหนึ่งโปะมาที่จมูกเธออย่างแม่นยำ ไม่นานเลยสติของจงกลก็หลุดลอย ร่างกายอ่อนปวกเปียกเอนหงายไปซบอกอกกว้างของเฮียวเอะทางด้านหลัง
                “ ไปกันหรือยัง? ” พี่ชายคนโตของตระกูลเหวินนั้นหันไปถามน้องชายฝาแฝดที่ยังนั่งมึนอยู่กับพื้น ทั้งสองคนนั้นลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วไม่ลืมที่จะลากคนที่เข้ามาช่วยประคองพวกเขาออกไปด้วย และนับว่าเป็นโชคดีของจงกลที่พ่อแม่ของเธอนั้นออกเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดทางตอนเหนือของไทยก่อนที่เฮียวเอะจะมาถึงบ้าน พวกท่านจึงยังไม่รู้เรื่องใดๆ รวมไปถึงเรื่องที่เมซุกหลงซินเอาไว้ในห้องนานหลายสัปดาห์ เท็นที่โดนหลางเซี่ยย่องข้าห้องประกาศตัวว่าเป็นเจ้า และสุดท้ายลูกสาวคนเดียวของบ้านเรืองสิทธิกุลถูกอุ้มไปเมืองจีน เพื่อกลับบ้านใหญ่พร้อมกับอดีตว่าที่สามี
                “ ให้คนของเราเก็บกวาดให้เรียบร้อยเสียด้วย ” เฮียวเอะสั่งแล้วเดินขึ้นรถหรูที่ลูกน้องขับมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนสองแฝดหุ่มก็ไปรถอีกคันที่จอดรออยู่
                “ แล้วเราสองคนจะทำยังไงดี ” ปากถามเมแต่เท้าทั้งสองของแฝดสาวนั้นก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆเมื่อเห็นความ ‘ ซวย ’ ที่ทั้งสองเห็นอยู่ตรงหน้าหากพวกเธอไปเมืองจีน
                “ ถามได้ก็โกยน่ะสิ ” ไม่รออะไรเลยทั้งสองคนออกตัวโกยสุดฝีเท้าไปทางด้านหลังของตัวบ้านที่มีกรงสุนัขตัวใหญ่สิบตัวถูกขังอยู่เพื่อเป็นเวรยามให้บ้านเธอในยามวิกาล และพอไปถึงได้
                “ พี่นัทเปิดกรงเลยมีคนบุกรุก ” เมนั้นตะโกนเรียกคนเลี้ยงสุนัขของบ้านเรืองสิทฦธิกุลแต่ไกล เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังให้อาหารสุนัขอยู่พอดี พร้อมกันนั้น สุนัขพันธุ์ล่าเนื้อทั้งสิบตัวก็วิ่งสวนพวกเธอไปและส่งเสียงขู่คำราม  แฝดหนุ่มทั้งสองนั้นชะงักกึก แล้วด้วยอะไรมิทราบได้ เพียงทั้งสองนั้นจ้องสบตาเขม็งไปที่ฝูงสุนัข ท่าทีของสุนัขฝูงต่างก็เปลี่ยนไป กลายเป็นค่อยล่าถอยไปเมื่อเสียงที่เยือกเย็นกว่าครั้งใดที่พวกเธอเคยได้ยินดังขึ้นพร้อมกันว่า
                “ ถอยไป ” สุนัขทั้งหลายต่างล่าถอยและพอทั้งสองหนุ่มเดนผ่านฝูงสุนัขบ้างก็วิ่งหนี บ้างก็หมอบอยู่กับพื้น สร้างความงุนงงให้พวกเธอไม่น้อย และด้วยความที่มัวแต่อึ้งหลงซินนั้นจับเมพาดบ่า ส่วนหลางเซี่ยก็อุ้มเธอตัวลอยแล้วเดินจากไป
                “ ทำได้ยังไงกัน ” คนเลี้ยงสุนัขนั้นครางออกมาราวกับละเมอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นว่าสุนัขที่เขาเลี้ยงมาเองกับมือจะกลัวผู้ที่มาเยือน
               
                “ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ยังไงพวกเราก็ไม่ไปเมืองจีนเด็ดขาด ” เมนั้นแย้งขึ้นมาพร้อมกับกระเถิบไปซุกตัวเองอยู่ที่ประตูฝั่งคน เท็นนั้นพยายามที่จะเปิดประตูรถแต่ก็
                “ เปล่าประโยชน์ เพราะรถคันนี้มีระบบล็อคอัตโนมัต ” แล้วเขาก็แสดงให้พวกเห็นด้วยการกดรีโมตปิดฉากกั้นแบบอัตโนมัตด้วยระบบคอนโทรลจากรีโมตขนาดจิ๋วที่อยู่ในมือของหลงซิน
                “ ยอมไปกับพวกเราซะดีๆ พวกเธอก็เห็นบทเรียบแล้วนี่ ว่าหากขัดขืนแล้วมันจะเป็นยังไง ”
                “ พวกนายใจร้าย จะมาบังคับกันอย่างนี้ไม่ได้นะ พวกเราไม่ยอม ” เท็นนั่นเองที่โพล่งขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะจนมุม
                “ ไม่ยอมแล้วเธอจะทำอะไรพวกเราได้ ” หลงซินถามกลับอย่างยียวน เมนั้นนั่งเข่นเขี้ยวฟัน เพราะรู้ว่าถึบงไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงได้แต่นั่งหงุดหงิดอยุ่ที่ริมเบาะ
                “ นั่งแบบสบายๆก็ได้ พวกเราไม่ทำอะไรหรอกน่า ” แต่สายตาที่พวกเธอเห็นนั้นมันไม่น่าไว้ใจซักนิด
                “ แล้วพวกเราจะบอกคุณป้ากับคุณลุงว่ายังไงที่พวกเราหายตัวออกจากบ้านมาแบบนี้ ”
                “ ไม่ต้องห่วงเรื่อง เพราะฉันว่าเรื่องนี้พี่ใหญ่คงจัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ ” แล้วทั้งคนก็นั่งในอิริยาบทที่ผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อรถวิ่งออกมาห่างจากบ้านเรืองสิทธิกุลได้ไกลพอสมควร แฝดสาวทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วถอนใจอย่างเป็นกังวล
                ‘ ป่านนี้พี่บัวจะเป็นยังไงบ้างนะ? ’ พวกเธอคิดอย่างเป็นกังวลเพราะเท่าที่เห็นแล้วทั้งสองคนคงมีเรื่องต้องเคียร์ลกันอีกยาว




อัพเดท : 22 ธันวาคม 2555
แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2014, aksornsartgroup.com. All Rights Reserved.